707 Views
เนื่องจากวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้เจริญก้าวหน้าไปมากทำให้งานนิติเวชศาสตร์ขยายตัวกว้างขวางยิ่งขึ้นปัจจุบันนี้แบ่งออกไปเป็นหลายสาขา ได้แก่
๑. การตรวจบาดแผลและตรวจร่างกายผู้เสียหาย
การตรวจบาดแผลและตรวจร่างกายผู้เสียหายที่ถูกทำร้ายถูกข่มขืนกระทำชำเราเพื่อให้ความเห็นต่อพนักงานสอบสวนและเป็นพยานต่อศาลรวมทั้งการให้ความเห็นเกี่ยวกับการเจ็บป่วยของคนงาน เนื่องจากภาวะหรือโรคที่เกิดการทำงานซึ่งต้องได้รับเงินชดเชยตามกฎหมายแรงงานงานนี้กระทำอยู่เป็นประจำในภาควิชานิติเวชศาสตร์และเป็นงานของแพทย์ตามโรงพยาบาลต่าง ๆ ด้วย ในต่างประเทศบางแห่งถือเป็นงานประจำธรรมดาของแพทย์ทางคลินิก
๒. การตรวจชันสูตรพลิกศพ
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๔๘ บัญญัติว่า "เมื่อปรากฏแน่ชัดหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าบุคคลใดตายโดยผิดธรรมชาติหรือตายในระหว่างอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงานให้มีการชันสูตรพลิกศพเว้นแต่ตายโดยการประหารชีวิตตามกฎหมาย"
การตายโดยผิดธรรมชาติ นั้นคือ
(๑) ฆ่าตัวตาย
(๒) ถูกผู้อื่นทำให้ตาย
(๓) ถูกสัตว์ทำร้ายตาย
(๔) ตายโดยอุบัติเหตุ
(๕) ตายโดยยังมิปรากฏเหตุ
มาตรา ๑๕๐ "ให้พนักงานสอบสวนแห่งท้องที่ที่ศพนั้นอยู่กับสาธารณสุขจังหวัดหรือแพทย์ประจำสถานีอนามัยหรือแพทย์ประจำโรงพยาบาลเป็นผู้ชันสูตรพลิกศพโดยเร็วและให้ทำบันทึกรายละเอียดแห่ง การชันสูตรนั้นไว้ถ้าบุคคลดังกล่าวไม่มีหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ใช้เจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขประจำท้องที่หรือแพทย์ประจำตำบลให้เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน แจ้งแก่ผู้ มีหน้าที่ไปทำการชันสูตรพลิกศพทราบ..."
มาตรา ๑๕๑ "ในเมื่อมีการจำเป็นเพื่อพบเหตุของการตายเจ้าพนักงานผู้ทำการชันสูตรพลิกศพมีอำนาจสั่งให้ผ่าศพแล้วแยกธาตุส่วนใดหรือจะให้ส่งทั้งศพหรือบางส่วนไปยังแพทย์หรือพนักงานแยกธาตุของรัฐบาลก็ได้"
มาตรา ๑๕๒ "ให้แพทย์หรือพนักงานแยกธาตุของรัฐบาลปฏิบัติดังนี้
(๑) ทำรายงานถึงสภาพของศพหรือส่วนของศพตามที่พบเห็นหรือที่ปรากฏจากการตรวจพร้อมทั้งให้ความเห็นในเรื่องนั้น
(๒) แสดงเหตุที่ตายเท่าที่จะทำได้
(๓) ลงวันเดือนปีและลายมือชื่อในรายงานแล้วจัดส่งไปยังเจ้าพนักงานผู้ทำการชันสูตรพลิกศพ"
มาตรา ๑๕๔ "ให้ผู้ชันสูตรพลิกศพทำความเห็นเป็นหนังสือแสดงเหตุและพฤติการณ์ที่ตายผู้ตายคือใคร ตายที่ไหน เมื่อใดถ้าตายโดยคนทำร้ายให้กล่าวว่าใครหรือสงสัยว่าใครเป็นผู้กระทำผิดเท่าที่จะทราบได้"
จากบทบัญญัติตามกฎหมายข้างบนนี้จะเห็นว่าแพทย์อาจจะต้องเป็นผู้ชันสูตรพลิกศพตามหน้าที่หรืออาจได้รับศพซึ่งส่งมาจากผู้ชันสูตรพลิกศพเพื่อขอให้ผ่าศพเพื่อหาเหตุตายก็ได้งานในแขนงนี้เรียกว่า นิติพยาธิวิทยา (forensic pathology) ซึ่งเป็นงานหลักของนิติเวชศาสตร์โดยเป็นงานประจำของหน่วยงานทางนิติเวชศาสตร์ของทุกประเทศ
การตายโดยผิดธรรมชาติที่บัญญัติไว้ในกฎหมายข้างต้นนี้อาจแบ่งเป็นสาเหตุกว้าง ๆ ได้เป็นกลุ่ม ๆ ดังต่อไปนี้
สาเหตุจากบาดแผล ได้แก่ บาดแผลฉีกขาดตามผิวหนังที่เกิดจากของแข็งของมีคมของแหลม อาวุธปืนและวัตถุระเบิด เป็นต้น บาดแผลดังกล่าวทำให้ตายเพราะมีเลือดออกมากตายเพราะอวัยวะภายในถูกทำลายตายเพราะการทำงานของอวัยวะสำคัญถูกขัดขวางรวมทั้งตายจากภาวะแทรกซ้อนจากบาดแผลด้วย
สาเหตุจากการขาดอากาศหายใจ ได้แก่ การที่ร่างกายขาดก๊าซออกซิเจนเข้าไปเลี้ยงอวัยวะสำคัญแบ่งออกเป็น ๔ พวกคือ
ก. ทางเดินหายใจถูกอุด ได้แก่ การที่ปากและจมูกถูกอุดคนที่ตกอยู่ในที่แคบ ๆ อากาศไม่พอ เช่น คนงานติดอยู่ในเหมืองใต้ดินที่พังเด็กถูกขังอยู่ในตู้แคบ ๆ เป็นต้น หรือการที่สำลักเอาวัตถุบางอย่างเข้าไปติดในหลอดลมหรือกล่องเสียงวัตถุเหล่านั้นอาจเป็นเศษอาหารของเล่นหรือเมล็ดผลไม้
ข. การขัดขวางการเคลื่อนไหวของการหายใจ ได้แก่ การที่มีของหนักทับบริเวณทรวงอกและหน้าท้องทำให้หายใจไม่ได้ เช่น ถูกฝังทั้งเป็น ถูกรถทับ ถูกเหยียบโดยฝูงชนกองกระสอบข้าวสารทลายลงมาทับ เป็นต้น
ค. จมน้ำตายเด็ก ๆ ที่ว่ายน้ำไม่เป็นเมื่อตกลงไปในน้ำจมูกจมไปก็จะหายใจเอาน้ำไปแทนอากาศเมื่อหายใจออกอากาศที่ยังมีอยู่ก็จะถูกขับออกมาแต่เมื่อสูดเข้าไปจะมีแต่น้ำเข้าไปแทนเป็นอยู่เช่นนี้ไม่กี่ครั้ง สมองก็ขาดออกซิเจนทำให้หมดสติตายไปคนว่ายน้ำเป็นก็อาจจะจมน้ำตายได้ถ้ากำลังว่ายอยู่แล้วเป็นลมหมดสติจมลงไปใต้น้ำคนที่กินอาหารอิ่ม ๆ ใหม่ ๆ แล้วลงไปว่ายน้ำอาจเกิดเป็นลมในน้ำหมดสติจมลงไปเฉย ๆ โดยไม่มีใครได้สังเกตจนเมื่อมีคนพบก็มักจะตายเสียแล้วทั้งนี้เพราะหลังกินอาหารนั้นเลือดจะคั่งอยู่บริเวณช่องท้องมากกว่าภาวะปกติเนื่องจากมีการย่อยอาหารสมองจึงได้รับเลือดไปเลี้ยงน้อยกว่าปกติจึงทำให้ง่วงเหงาหาวนอนยิ่งเมื่อว่ายน้ำเหนื่อยเข้าด้วยก็ทำให้เป็นลมหมดสติได้ง่ายดังนั้นหลังรับประทานอาหารใหม่ ๆ จึงไม่ควรว่ายน้ำเล่น
ง. บีบคอ รัดคอและแขวนคอการตายจากเหตุกลุ่มนี้ไม่ได้เป็นเพราะขาดอากาศอย่างเดียวแต่เป็นเพราะมีการรัดหรือกดหลอดเลือดที่จะไปเลี้ยงสมองตรงบริเวณลำคอสมองขาดออกซิเจนโดยตรงจึงทำให้ตาย
ลักษณะทั่วไปของศพที่ตายจากการขาดอากาศ ได้แก่ การเขียวคล้ำที่ใบหน้า ริมฝีปาก เล็บมือ เล็บเท้ามีจ้ำเลือดออกเป็นจุดหรือเป็นจ้ำบริเวณเยื่อบุตา ใต้เยื่อบุในปาก ใต้เยื่อหุ้มปอด ใต้เยื่อหุ้มหัวใจ อวัยวะภายในต่าง ๆ มีเลือดคั่งเลือดอาจเป็นน้ำใส ๆ ภายหลังตายใหม่ ๆ กล้ามเนื้อหัวใจอ่อนปวกเปียกมีเลือดขังเต็มในช่องหัวใจแต่อย่างไรก็ตามลักษณะดังกล่าวก็มิใช่ลักษณะเฉพาะของการขาดอากาศเท่านั้นการตายจากเหตุอื่นบางรายก็พบลักษณะดังกล่าวได้ด้วย
สาเหตุจากพลังงานทางกายภาพ ได้แก่ การตายจากความร้อน ความเย็นกระแสไฟฟ้า รังสีจากเหตุเหล่านี้มักเป็นอุบัติเหตุในโรงงานอุตสาหกรรมเป็นส่วนใหญ่ส่วนการตายจากภัยธรรมชาติ ได้แก่ ฟ้าผ่า
สาเหตุจากยาพิษหรือสารพิษอาจแบ่งเป็นพวกใหญ่ๆ ดังนี้
ก. พวกก๊าซหรือของเหลวที่ระเหยได้ เช่น คาร์บอนมอนอกไซด์ แอลกอฮอล์ เป็นต้น
ข. พวกของเหลวมีฤทธิ์กัด เช่น กรดและด่างอย่างแรง
ค. สารเคมีต่าง ๆ รวมทั้งพวกโลหะหนัก เช่น ตะกั่ว ปรอท เป็นต้น
ง. ยารักษาโรคโดยทั่วไปยารักษาโรคถ้ากินเกินขนาดจะเกิดพิษและถึงตายได้ เช่น ยานอนหลับ
จ. สารพิษจากพืชในพืชที่เป็นพิษมักมีสารจำพวกแอลคาลอยด์เป็นส่วนสำคัญ เช่น ต้นลำโพงมี อะโทรปีน โล่ติ๊นมีโลติโนน พืชบางชนิดอาจมีสารจำพวกน้ำมัน เช่น สลอดมีน้ำมันสลอด เป็นต้น
ฉ. สารพิษจากสัตว์มีพิษ เช่น แมลงและงูพิษ เป็นต้น
ช. สารพิษจากพวกจุลินทรีย์ ได้แก่ พิษจากเชื้อโรคชนิดต่าง ๆ ซึ่งพวกนี้มักเป็นเหตุให้เกิดโรคเป็นสาเหตุของการตายโดยธรรมชาติทั่ว ๆ ไป
๓. การตรวจวิเคราะห์ยาพิษหรือสารพิษ
ชีววัตถุ เช่น เลือดปัสสาวะและอวัยวะต่าง ๆ จากศพอาจถูกนำไปตรวจวิเคราะห์เพื่อหาสารเป็นพิษเพื่อช่วยในการวินิจฉัยเหตุตายงานทางด้านนี้นับว่ามีความสำคัญในการสนับสนุนงานทางนิติพยาธิวิทยา เรียกว่า นิติพิษวิทยา (forensic toxicology) งานทางสาขานี้จำเป็นต้องใช้ความรู้พื้นฐานการตรวจวิเคราะห์ทางเคมีและต้องมีเครื่องมือเครื่องใช้ทันสมัยราคาแพงตลอดจนใช้สารเคมีเป็นจำนวนมากบางแห่งเรียกว่า นิติเคมี (forensic chemistry) งานสาขานี้จะมีบริการมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมทางกฎหมายและสังคมของแต่ละแห่งตลอดจนความจำเป็นทางงบประมาณที่จะสนับสนุน เช่น ที่ภาควิชานิติเวชศาสตร์คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลในขณะนี้ (พ.ศ. ๒๕๒๓) มีงานพิษวิทยาที่ให้บริการค่อนข้างมาก คือ นอกจากตรวจวิเคราะห์สารพิษจากอวัยวะของศพเพื่อช่วยวินิจฉัยเหตุตายแล้ว ยังตรวจเลือดตรวจปัสสาวะของคนไข้ที่สงสัยว่าจะได้รับสารพิษที่มารับการรักษาที่โรงพยาบาลศิริราชด้วยนอกจากนั้นยังรับตรวจเลือดตรวจปัสสาวะจากคนงานที่ทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่สงสัยว่าจะได้รับสารพิษจากการทำงาน เช่น ตะกั่ว ปรอทและแมงกานีส เป็นต้น
ในสถาบันนิติเวชศาสตร์ของต่างประเทศหลายแห่งงานด้านพิษวิทยานี้ ได้รวมการตรวจหาแอลกอฮอล์ในเลือดจากคนที่สงสัยว่าเมาแล้วขับรถอันเป็นความผิดตามกฎหมายการจราจรเข้าไว้ด้วยในบางแห่งมีงานมากจนต้องแยกออกเป็นหน่วยงานต่างหากจากพิษวิทยานอกจากนั้นในสถาบันทางนิติเวชศาสตร์หลายแห่งมีหน่วยงานที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยทางอุบัติเหตุการจราจรโดยเฉพาะซึ่งรวมถึงการศึกษาฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ต่อร่างกายในภาวะต่าง ๆ เข้าไว้ด้วยรวมเป็นสาขางานแขนงหนึ่งโดยเฉพาะเรียกว่าจราจรเวชศาสตร์ (traffic medicine)
ในประเทศไทยพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนี้มาตรา ๔๓ บัญญัติไว้ว่าห้ามมิให้ผู้ขับขี่ขับรถ
(๑) ................
(๒) ในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น..........
(๓) ................
ดังนั้นการพิสูจน์ว่าเมาสุราหรือไม่จึงเป็นปัญหาทางกฎหมายซึ่งต้องมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์สนับสนุนศาลในหลายประเทศถือระดับแอกอฮอล์ในเลือดเป็นเกณฑ์วัดว่าเมาหรือไม่เมา (ส่วนมากถือระดับแอลกอฮอล์ในเลือดระหว่าง ๕๐-๑๕๐ มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์) แต่ศาลไทยยังมิได้มีคำพิพากษาวางแนววินิจฉัยในเรื่องนี้ประกอบกับพนักงานสอบสวนยังมิได้มีมาตรการให้กฎหมายมาตรานี้ใช้บังคับได้อย่างจริงจังจำนวนผู้ที่ต้องหาว่าเมาสุราในขณะขับรถจึงมีไม่มากและการส่งตัวผู้ต้องหามาตรวจหาแอลกอฮอล์ในเลือดยิ่งมีน้อยมากแม้กระนั้นภาควิชานิติศาสตร์คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาลในปัจจุบัน ได้แยกการตรวจแอลกอฮอล์ในเลือดออกจากงานนิติพิษวิทยาเพื่อเตรียมรับสถานการณ์ในอนาคตและทำการหาแอลกอฮอล์ในเลือดจากศพที่ตายจากอุบัติเหตุการจราจรซึ่งมีอยู่เสมอ
๔. งานตรวจวัตถุพยานทางชีววิทยา
เป็นงานที่สนับสนุนงานการตรวจผู้ป่วยและการชันสูตรพลิกศพ เช่น การตรวจคราบอสุจิในคดีข่มขืนกระทำชำเราหรือคดีฆาตกรรมทางเพศ การตรวจคราบเลือด การตรวจเส้นผม เป็นต้น วัตถุพยานเหล่านี้อาจมากับผู้ป่วยหรือมากับศพหรืออาจเป็นวัตถุพยานที่พนักงานสอบสวนส่งมาต่างหากก็ได้ในภาควิชานิติเวชศาสตร์คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลมีวัตถุพยานจากคดีความผิดทางเพศที่ส่งมาจากโรงพยาบาลต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก (เฉลี่ยปีละประมาณ ๒,๐๐๐ ชิ้น) วัตถุพยานอื่น ๆ มีไม่มากนัก
๕. การตรวจความเป็นพ่อ แม่ ลูก
ในการค้นหาพบหมู่เลือดในปี พ.ศ. ๒๔๔๓ ของคาร์ล แลนด์สไตเนอร์ (Karl Landstiener, ค.ศ. ๑๘๖๘-๑๙๖๓ ชาวออสเตรียโดยกำเนิดภายหลังไปถือสัญชาติอเมริกัน) นั้นนับว่าเป็นการเปิดศักราชในการพิสูจน์ความเป็นพ่อแม่ลูกจากปฏิกิริยาของหมู่เลือดขึ้นอย่างแท้จริงหมู่เลือดดังกล่าวค้นพบจากการที่เอาเม็ดเลือดและน้ำเหลืองของคนแยกออกมาทำปฏิกิริยากันโดยเกิดปฏิกิริยาการจับกลุ่มของเม็ดเลือดจากลักษณะการจับกลุ่มอาจแบ่งหมู่เลือดออกเป็น ๔ หมู่ โดยให้ชื่อว่าเป็นหมู่เอ หมู่บีและหมู่ไอ ต่อมามีการศึกษาหมู่เลือดดังกล่าวในพ่อแม่ลูกหลายสิบครอบครัวพบว่าลักษณะดังกล่าวมีแนวโน้มว่า มีการถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ซึ่งต่อมาได้มีทฤษฎีที่อธิบายว่ายีน (ลักษณะทางกรรมพันธุ์) ของหมู่เลือดระบบนี้มี ๓ ตัว คือ ยีน A, B, และ O โดยยีนทั้ง ๓ ชนิด ปรากฏในหมู่เลือดดังนี้ คือ
คนหมู่ เอ ลักษณะของยีนเป็น AA หรือ AO
คนหมู่ บี ลักษณะของยีนเป็น BB หรือ BO
คนหมู่ เอบี ลักษณะของยีนเป็น AB
คนหมู่ โอ ลักษณะของยีนเป็น OO
(ยีนโอแสดงลักษณะด้อย)
ทฤษฎีนี้เมื่อได้มีการตรวจสอบโดยตรวจหมู่เลือดในครอบครัวเป็นจำนวนมากแล้วตัวเลขที่ได้เป็นเครื่องยืนยันว่าเป็นไปตามนั้นจริงซึ่งเป็นที่เชื่อถือและยอมรับกันในเวลาต่อมา
การถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ของหมู่เลือดระบบนี้เป็นดังนี้ คือ
ตัวอย่างที่ ๑ บิดามารดามีหมู่เลือดเอบีทั้งสองคน
ตัวอย่างที่ ๒ บิดามารดามีหมู่เลือดโอทั้งสองคน
ตัวอย่างที่ ๓ บิดามีหมู่เลือดเอบี มารดามีหมู่เลือดโอ
ตัวอย่างที่ ๔ บิดามีหมู่เลือดเอ มารดามีหมู่เลือดโอ
จากลักษณะการถ่ายทอดข้างต้นนี้ จึงสรุปได้ ดังต่อไปนี้
จากตารางข้างบนนี้ถ้าหมู่เลือดไม่เข้ากันก็อาจปฏิเสธความเป็นพ่อแม่ลูกได้แต่ถ้าเข้ากันได้ก็ไม่อาจยืนยันได้ว่าเป็นพ่อแม่ลูกกันจริงหรือไม่เพราะการแบ่งหมู่เลือดออกเป็นหมู่ดังกล่าวแล้วนั้นทำให้คนมีหมู่เลือดซ้ำกันได้มากต่อมาจึงมีผู้พบหมู่ย่อยของหมู่เลือดเอออกไปอีกและพบหมู่เลือดระบบอื่น ๆ อีกมากมายจากการทำปฏิกิริยาของเลือดของคนกับเลือดของลิงหรือจากการเอาเลือดของคนฉีดเข้าในสัตว์ทดลองแล้วเอาน้ำเหลืองของสัตว์ทดลองนั้นมาทำปฏิกิริยากับเม็ดเลือดของคน เป็นต้น นอกจากหมู่เลือดของเม็ดเลือดแดงซึ่งพบกันหลายระบบแล้วยังมีการพบหมู่ของน้ำเหลืองหมู่ของเอนไซม์ในเม็ดเลือดแดงและหมู่ของเม็ดเลือดขาวหมู่ต่าง ๆ ดังกล่าวแล้วล้วนมีคุณสมบัติถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ทั้งสิ้นการตรวจแต่ละอย่างก็มีวิธีตรวจที่ต้องใช้เทคนิคและเครื่องมือเครื่องใช้พิเศษต่าง ๆ กัน งานในสาขานี้เป็นงานที่ใช้หลักวิชาและวิธีการทางปฏิกิริยาน้ำเหลืองทั้งสิ้น เรียกว่า นิติเซโรโลยี (forensic serology) เมื่อได้นำการตรวจหาหมู่เลือด หมู่น้ำเหลืองและหมู่เอนไซม์ทุกระบบเข้ามาใช้ในการตรวจพิสูจน์ความเป็นพ่อแม่ลูกแล้วนำทฤษฎีความน่าจะเป็นทางสถิติมาประยุกต์ในรายที่การตรวจทุกระบบแล้วยังไม่อาจปฏิเสธได้จะมีความน่าจะเป็นถึงกว่าร้อยละ ๙๙
ในประเทศทางภาคพื้นยุโรปและในอเมริกาได้มีการตรวจเลือดเพื่อพิสูจน์ความเป็นพ่อแม่ลูกนี้แพร่หลายมากสำหรับในประเทศไทยมีปัญหาเรื่องนี้น้อยที่ภาควิชานิติเวชศาสตร์คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลมีคดีที่ส่งมาให้ตรวจพิสูจน์เพียงปีละ ๒ - ๓ ราย และบางปีก็ไม่มีแต่ในระยะหลังมีเด็กเกิดจากทหารอเมริกันในระหว่างสงครามเวียดนามที่บิดาต้องการรับไปเลี้ยงดูในสหรัฐอเมริกาทางสถานทูตอเมริกาในประเทศไทยได้ขอให้มีการตรวจเลือดเด็กเหล่านั้นเฉพาะหมู่ เอบีโอ เอ็มเอ็นและหมู่อาร์เอชเพื่อจะดูเบื้องต้นว่าเข้ากับเลือดของบิดามารดาหรือไม่ทางภาคนิติเวชศาสตร์คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลจึงตรวจบริการให้ มีประมาณปีละ ๑๐ ราย
๖. การตรวจผู้ต้องหาหรือจำเลยที่สงสัยว่าเป็นโรคจิต
งานในแขนงนี้เรียกว่า (forensicpsychiatry) เป็นงานที่ทำอยู่ในโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยาหรือโรงพยาบาลโรคจิตอื่น ๆ กับโรงพยาบาลนิติจิตเวชในต่างประเทศบางแห่งงานทางด้านนี้รวมอยู่ในสถาบันนิติเวชศาสตร์